พอพูดถึงหอสมุดแห่งชาติ ส่วนตัวได้ยินมานานมากแล้ว ผ่านก็เคยมาแล้วแต่ไม่เคยได้ไปเยือนซักที จนสบโอกาสงานเข้าจึงได้ไปเยือนถึงถิ่นที่หมาย เป็นการไปโดยรถเมล์โดยที่ไม่รู้ว่าต้องลงอย่างไร ด้วยความที่เคยผ่านพอรู้ว่าอยู่จุดไหน ก็เลยเดาถูกลงรถเมล์แบบไม่ต้องเดินให้เมื่อยตุ้ม เดินเข้าไปยังถิ่นที่ ณ ทางเข้าอาคารมีพี่ยามประจำทางเข้าเปรียบประดุจดั่งยักษ์เฝ้าประตูทำหน้าทะมึงทึง ขอตรวจกระเป๋า ด้วยความที่เราสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมาบ้างแล้วว่าเขาจะมีการตรวจกระเป๋าที่ละเอียดมาก จำพวกหนังสือจะนำเข้าไม่ได้ ต้องฝากไว้ ประมาณว่าตูให้เข้ามาอ่านหนังสือ ไม่ได้ให้เอาหนังสือเข้ามาอ่านประมาณนั้น และอีกอย่างก็คงกลัวมีการสลับหนังสือกันกระมัง แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ผ่านทางได้อย่างสะดวกโยธิน เข้าไปก็พบกับบรรยากาศที่แตกต่างจากข้างนอกโดยสิ้นเชิง เพราะไม่เคยเห็นตอนก่อนปรับปรุงก็เลยไม่รู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร รู้แต่ว่า ณ ตอนที่ไปหอสมุดน่าใช้บริการมาก เข้าถึงก็ตรงดิ่งไปชั้นสองซึ่งมีบรรยากาศที่เหมือนกับชั้นหนึ่ง คงความโมเดิร์นไว้ซึ่งผสมผสานกับศิลปะแบบคลาสสิคของตัวอาคารได้อย่างลงตัว ส่วนรายละเอียดว่าในแต่ละชั้นนั้นมีหนังสืออะไรบ้างก็คงบอกได้คร่าวว่าชั้นหนึ่ง วารสารสิ่งพิมพ์ ชั้นสองหนังสือทั่วไปรวมถึงหนังสือเกี่ยวกับอาหารที่ข้าเจ้าโปรดปรานด้วย ส่วนชั้นสามก็จะเป็นจำพวกนวนิยายและหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประมาณนั้นกระมัง แต่ชั้นสามนี่สิที่น่าสนไม่เพียงแต่นวนิยายเท่านั้นที่น่าสนแต่ยังมีการตกแต่งสถานที่ที่ยังคงไว้ซึ่งของเดิมไม่เปลี่ยนแปร กล่าวง่ายๆก็คือยังไม่ปรับปรุงเหมือนชั้นหนึ่ง สอง นั่นเอง แต่ขอย้ำว่าหนังสือนวนิยายสุดโปรดเยอะมาก ขอบอก แม้บรรยากาศจะเก่าๆแต่ก็ให้อารมณ์ดีเหมือนนั่งอยู่ในห้องสมุดสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ถ้าเว่อร์ไปก็ว่าในใจก็ได้นะเจ้าคะ) อิหั๊นมานั่งทำงานสักครู่ใหญ่ จนรู้สึกเมื่อยล้าอิดหนาระอาใจกับงานที่ประดังประเดเข้ามามากมายเหลือคณานับ จึงตัดสินใจย่างเยื้องไปยังชั้นสาม แหล่งที่รวมสรรพสิ่งอันน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก รู้สึกว่าชั้นนี้สร้างความสุขอย่างบอกไม่ถูก แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขก็สั้นนัก เมื่อแสงอาทิตย์กำลังลาจากความเย็นย่ำมืดค่ำกำลังจะมาเยือน (เรื่องเวลาปิดให้บริการไม่รู้แน่ชัด) จึงจำใจต้องเคลื่อนย้ายร่างกายอันเบาเหมือนนุ่นอมน้ำลงมายังชั้นล่างสู่ประตูทางออกที่ต้องประหน้ากับยักษาตนเดิม เราผู้มีความบริสุทธ์ใจอย่างเต็มเปี่ยม ยอมให้เข้าตรวจค้นแต่โดยดี ก็ไม่พบอะไรซุกซ่อนเอาไว้ เท้าสองข้างย่างเยื้องออกจากหอสมุดแห่งชาติ ในใจพร่ำรำพันว่า นวนิยายสุดโปรดจ๋า อีกไม่นานข้าจะกลับมาพบกับเจ้าอีกสักครา อย่าเพิ่งหนีข้าไปไหนเสียล่ะ จากนั้นก็จรลีจากไปยังรถเมล์สายที่มา ก้าวเท้าขึ้นรถเมล์ รถเมล์วิ่งไปพร้อมฉากหลังคือ พระอาทิตย์กำลังเคลื่อนคล้อยลงขอบฟ้า พร้อมรำพึงรำพันว่าเจ้ามนุษย์ผู้นั้นหนอนี่มาทำงานหรือมาอ่านนิยายกันนี่
 

 

 

edit @ 11 Jan 2011 18:38:09 by PaPoM

Comment

Comment:

Tweet