วันนี้คงเป็นวันที่ใครหลายคนจะต้องเซ็งไปตามๆ กัน นั่นก็เพราะว่า "รถไฟฟ้าเสีย"
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เราตื่นนอนแต่เช้าเพื่อไปให้ทันทำงาน ตอนนั่งอยู่บนรถเมล์ก็ไม่ได้นึกสังหรณ์ใจว่าไปข้ามเรือแบบทุกทีดีกว่า แต่ใจกลับบอกว่าไปนั่งรถไฟฟ้า  และแล้วโชคก็ไม่เข้าข้างเรา เราน่าจะเอะใจตอนซื้อตั๋ว เพราะมีป้าคนหนึ่งถามเจ้าหน้าที่ว่า รถไฟฟ้าเสียหรอ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่ได้เสียอะไร เราน่าจะเอะใจตั้งแต่ตอนนั้น แต่ไม่ เราซื้อตั๋วแล้วก็ขึ้นไปยังชานชาลา คนเยอะมากคือสิ่งแรกที่เห็น รถไฟขบวนหนึ่งซึ่งคนแน่นล้นขอบประตู กำลังจอดแช่อยู่ตรงนั้น โดยไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนย้ายเมื่อไหร่ เราเดินผ่านทุกช่องประตู ฝ่าฝูงชนมากมายที่ยืนรอกันเป็นทิวแถว ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงประกาศที่ดังอย่างต่อเนื่อง "ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ เนื่องจากมีเหตุขัดข้องบางประการ กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 15 นาที" สบโอกาสเห็นประตูช่องหนึ่งว่าง เพราะเข้าตำรา "คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า" เมื่อคนออกเราก็เข้าไป เข้าไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่ารถไฟมันจะออกไหม ในใจคิดว่าเข้าไปยืนรับแอร์เย็นๆดีกว่า รอรับอากาศอบอ้าวภายนอก ระหว่างยืนรอบนรถไฟฟ้า เสียงประกาศก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง แต่น่าแปลกมันกลับเปลี่ยนจาก 15 นาที เป็น 30 นาที คนในก็เริ่มออก คนนอกก็เดินเข้า เป็นเรื่องที่ตลกมาก ผ่านไปเกือบ 15 นาที เสียงประกาศก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง รถไฟฟ้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะวิ่งออก คนเริ่มออกมากขึ้น นั่นก็เพราะว่า 30 นาที มันได้กลายเป็น 45 นาทีแล้ว เราก็คิดแล้วคิดอีก ภาวนาแล้ว ภาวนาอีก ก็ยังคงดึงดันรอ ตามประสาคนอยากเอาชนะ ไม่ได้มีความกังวลเลยว่าจะเข้างานสาย จนเวลาผ่านไปสักพัก เจ้าหน้าที่เปลี่ยนคำประกาศ บอกว่า การแก้ไขจะนานมากให้เปลี่ยนเส้นทางเดินทาง คนก็ออกอีก ณ บัดนั้น คนในขบวนก็ยังเยอะ คนรอข้างนอกก็มีประปราย เราก็ยังคงดึงดันต่อไป จนพี่เจ้าหน้าที่มาเดินบอกทีละประตูว่า รถไฟหยุดวิ่งชั่วคราว คนจึงเริ่มแห่กันออกมาจากขบวน เราไม่รู้ว่ายังมีคนรออีกหรือเปล่า เพราะเราตัดสินใจเดินลงมาคืนบัตรเพื่อรับเงินคืน แล้วลงไปข้างล่างเพื่อขึ้นรถเมล์ แต่โชคก็ยังไม่เข้าข้าง รถเมล์ไม่ยอมจอดทั้งที่ยังไม่เต็มมาก เราสู้อุตส่าห์เดินตามรถ คนขับก็ยังขับไปเรื่อยๆ ช้าๆเหมือนจะลองเชิงว่าอีนี่มันแน่ไหม จนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายมันซิ่งออกไปเลย เราก็เซ็งซะยิ่งกว่าเซ็งจะเดินย้อนกลับไปที่ป้ายรถเมล์ก็เหนื่อย ยืนคิดว่าจะทำอย่างไรดี พลันหูก็แว่ว "ไป MRT ใช่มั้ยคะ" เขาคุยอะไรกันน่ะ เราคิด พลางเดินเลียบๆเคียงๆเข้าไป แล้วถามเขาว่า "จะไปใต้ดินใช่มั้ยคะ"  เขาก็ตอบว่า "ใช่" เราก็ถาม "ไปกี่คนคะ" เขาก็ชี้ให้ดูประมาณ 4-5 คน เราก็ลิงโลดเลย "ไปด้วยได้ไหมคะ" เขาโอเค ก็ตกลงกันเรียกแท็กซี่แล้วก็ไป แปลกนะไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ จะเป็นหนัง กวน มึน โฮ รึก็ไม่ใช่ บรรยากาศบนรถแท็กซี่นั้น เหมือนว่าเราทั้งหมดรู้จักกันมานานแล้ว พูดคุยถามไถ่กัน ทำงานที่ไหน บ้านอยู่ไหน เดินทางยังไง ขากลับจะกลับอย่างไร นึกแล้วก็ตลกดี ยังมานั่งคิดย้อนหลังเลยว่าทำไมเราถึงกล้า ไว้ใจได้หรือ แต่ ณ ขณะนั้นแล้วไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงได้ตัดสินใจอย่างนั้นไป แต่ถ้ามองในแง่ดี เราก็ได้มิตรภาพเพิ่มมา ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ก่อนลาจากกัน คนหนึ่งในกลุ่มมิตรใหม่ก็กล่าวอย่างติดตลกว่า " วันหลังถ้ารถไฟฟ้าเสียอีก เรามาด้วยกันอีกนะ"

edit @ 4 May 2011 10:46:52 by PaPoM

Comment

Comment:

Tweet

วันนี้วันที่ 15 พฤศจิกายน 2512 ไม่รู้รถไฟฟ้ามันเสียหรือเปล่า แต่คนเยอะมาก ขึ้นรถไม่ได้ตั้งหกเจ็ดขบวนเพราะมันแน่นมาก รอนานมากกกจนเจ้านายโทรมาเพราะมีคนโทรไปฟ้องว่าร้านยังไม่เปิด ความซวยมาเยือนทั้งๆ ที่เผื่อเวลาไว้เยอะแล้ว  จะรถเสียหรือเป็นเพราะไม่ประมาณความถี่ให้พอดีกับผู้โดยสารแต่ละช่วงวันและเทศกาล ความซวยก็มาเยือนผู้คนใช้บริการตาดำๆ ที่เป็นแค่มนุษย์เงินเดือน ..... แค่บอกเล่า

#4 By พิม (103.7.57.18|210.213.58.7) on 2012-11-15 10:01

#3 By สนาสบ (118.173.126.230) on 2011-12-13 18:19

เป็นผมคงไม่รอตั้งแต่ 30 นาทีแล้ว
แต่ก็ได้รู้จักกับคนเพิ่มขึ้น
ในส่วนที่ร้ายก็ยังมีดีนะครับ

#2 By iTOY on 2011-05-05 20:45

Hot! Hot!

555+ มันเป็นอะไรที่ควันออกหัวเป็นแน่ ๆ

ถ้าเจออย่างนั้นในช่วงเวลาเร่งรีบ 555+

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ครับ..

big smile big smile big smile big smile